รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี? เปรียบเทียบ 7 ยี่ห้อรถไฟฟ้ายอดนิยมในไทย ปี 2026
ปี 2026 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ในประเทศไทยมาแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากการสนับสนุนของภาครัฐ สถานีชาร์จที่เริ่มครอบคลุมมากขึ้น และตัวเลือกรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลากหลายกว่าเดิม ทำให้หลายคนเริ่มสนใจอยากเปลี่ยนมาใช้รถ EV และมักมีคำถามตามมาว่า “รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี?”
บทความนี้ Exclusive Car Rental เลยรวบรวม 7 ยี่ห้อรถไฟฟ้ายอดนิยมในไทย ปี 2026 มาเปรียบเทียบให้ดูแบบเข้าใจง่าย พร้อมสรุปจุดเด่นและข้อสังเกตของแต่ละแบรนด์ เหมาะทั้งสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า และคนที่อยากลองขับจริงก่อนตัดสินใจ ผ่านบริการเช่ารถไฟฟ้ากับร้านรถเช่ามาตรฐาน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใช้งาน EV ในชีวิตจริงก่อนเลือกคันที่ใช่ค่ะ
- สนใจทดลองขับด้วยบริการ เช่ารถไฟฟ้า คลิก
ตารางอัพเดทเปรียบเทียบรถไฟฟ้ายอดนิยมเบื้องต้น
ก่อนจะตัดสินใจว่าควรเลือกรถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี หลายคนคงอยากเห็นข้อมูลเปรียบเทียบแบบชัด ๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ขนาดแบตเตอรี่ สมรรถนะ ราคา รวมถึงค่าบำรุงรักษาเบื้องต้น เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือก รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เหมาะกับการใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะขับในเมืองทุกวัน หรือใช้เดินทางไกลออกต่างจังหวัด
ตารางด้านล่างนี้เป็น ข้อมูลเปรียบเทียบรถไฟฟ้ายอดนิยมในไทย ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงคนที่อยากลองใช้งานจริงผ่านบริการเช่ารถไฟฟ้าจากร้านรถเช่ามาตรฐาน เพื่อดูว่ารถ EV ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากแค่ไหนก่อนตัดสินใจค่ะ
แบรนด์ |
รุ่น |
ราคาเริ่มต้น |
ระยะทางวิ่งสูงสุด |
จุดเด่น |
|
MG |
MG4 Electric | 519,000 บาท | 423 กม. | วิ่งไกล ขับสนุกด้วยขับเคลื่อนล้อหลัง ฟีเจอร์ครบ และราคาจับต้องได้ |
|
BYD |
Dolphin | 499,900 บาท | 435 กม. | ขนาดกะทัดรัด เหมาะขับในเมือง วิ่งไกล ประหยัดค่าใช้จ่าย |
|
BYD |
ATTO 3 | 629,900 บาท | 480 กม. | แรงบิดดี ใช้งานจริงคุ้ม ราคาเข้าถึงง่าย และมาพร้อมระบบความปลอดภัย-ฟีเจอร์ครบ |
|
GAC |
GAC AION UT | 499,900 บาท | 500 กม. | ดีไซน์ทันสมัย-ภายในกว้าง ฟีเจอร์ครบ รองรับชาร์จเร็ว และระบบความปลอดภัยครบชุด ในราคาคุ้มค่า |
|
Deepal |
Deepal S05 BEV | 799,000 บาท | 470 กม. | แรงขับขี่ดี-อัตราเร่งไว, ขับล้อหลัง, ชาร์จเร็ว และราคาคุ้มค่ากว่าคู่แข่งในคลาส |
|
MG |
MG Maxus 9 | 1,799,000 บาท | 540 กม. | รถตู้ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง พรีเมียม ห้องโดยสารหรู เหมาะครอบครัวและกลุ่มธุรกิจ |
|
BYD |
BYD Seal | 1,199,900 บาท | 570 กม. | ซีดานไฟฟ้าสมรรถนะสูง ขับล้อหลัง/AWD ชาร์จเร็ว 150 กิโลวัตต์ ดีไซน์หรู |
* ข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา *
การจะตอบคำถามว่า “รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี” อาจไม่ได้ดูแค่ดีไซน์ สเปก หรือราคาของรถเพียงอย่างเดียว แต่ยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าในไทยก็เป็นอีกข้อมูลสำคัญที่ช่วยสะท้อนความนิยมจากผู้ใช้งานจริงได้ดี เพราะตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา คนไทยให้ความสนใจกับแบรนด์และรุ่นไหนมากที่สุด
โดยยอดจดทะเบียนของเดือน ม.ค. 2569 ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า รถ EV รุ่นใดกำลังได้รับความนิยม ทั้งในกลุ่มคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าเป็นของตัวเอง และคนที่อยากทดลองใช้งานผ่านบริการ เช่ารถไฟฟ้า จากร้านรถเช่ามาตรฐาน ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
ด้านล่างนี้คือสรุปแนวโน้มยอดจดทะเบียน รถไฟฟ้า (EV) ในเดือน ม.ค. 2569 เพื่อช่วยให้คุณเห็นทิศทางความนิยมของตลาด และตอบคำถาม “รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี” ได้จากข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้จริงมากขึ้นค่ะ
| รุ่นรถ | ยอดจดทะเบียน เดือน ม.ค. 2569 |
|---|---|
| JAECOO 5 EV | 6,806 คัน |
| BYD Dolphin | 5,892 คัน |
| BYD ATTO 3 | 4,078 คัน |
| MG4 Electric | 2,402 คัน |
| MG S5 EV | 2,082 คัน |
| Deepal S05 BEV | 2,019 คัน |
| MG Maxus 9 | 68 คัน |
* ข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจาก autolifethailand *
รถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ทางบริษัท Exclusive car rental แนะนำ 7 รุ่นที่กำลังมาแรงในไทยดังนี้
ขอบคุณภาพจาก : https://www.autoinfo.co.th/
1. JAECOO 5 EV – SUV ไฟฟ้าดีไซน์พรีเมียม น่าใช้ในชีวิตประจำวัน
JAECOO 5 EV เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่มาแรงมากในตลาดไทย เหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าดีไซน์ดูพรีเมียม ขนาดกำลังดี และใช้งานได้ทั้งในเมืองและเดินทางระยะกลาง จุดเด่นของรุ่นนี้คือภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย ภายในโปร่ง ใช้งานง่าย และมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
จุดเด่น
-
ดีไซน์ SUV ทันสมัย ดูพรีเมียม
-
ตัวรถขนาดกำลังดี ขับในเมืองได้ไม่ยาก
-
พื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของใช้งานได้จริง
-
เหมาะกับคนที่ต้องการรถ EV ที่ดูดี ใช้งานง่าย และมีความอเนกประสงค์
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าทรง SUV สำหรับใช้ประจำวัน ขับไปทำงาน เดินทางกับครอบครัว หรือใช้เป็นรถส่วนตัวที่ให้ภาพลักษณ์ดีและดูทันสมัย

ขอบคุณภาพจาก : https://www.bydchonburi.com/
2. BYD Dolphin – รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ขับง่าย ประหยัดพลังงาน
BYD Dolphin เป็นหนึ่งในรถ EV ที่ได้รับความนิยมสูงในไทย ด้วยขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่เกินไป ขับง่าย คล่องตัว และเหมาะกับการใช้งานในเมือง จุดเด่นของรุ่นนี้คือความคุ้มค่า ใช้งานง่าย และเหมาะกับคนที่เริ่มเปลี่ยนจากรถน้ำมันมาใช้รถไฟฟ้า
จุดเด่น
-
ขนาดกะทัดรัด ขับง่ายในเมือง
-
เหมาะกับการเดินทางประจำวัน
-
ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
-
ดีไซน์น่ารัก ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้หลายกลุ่ม
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถ EV คันแรก ใช้เดินทางไปทำงาน ขับในเมือง หรือทดลองเช่ารถไฟฟ้าเพื่อดูว่าการใช้ EV เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองหรือไม่

ขอบคุณภาพจาก : https://www.bydchonburi.com/
3. BYD ATTO 3 – SUV ไฟฟ้ายอดนิยม ใช้งานได้หลากหลาย
BYD ATTO 3 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์การใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งขับในเมือง เดินทางต่างจังหวัด หรือใช้เป็นรถครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง รุ่นนี้มาพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย ห้องโดยสารนั่งสบาย และมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่สะดวกขึ้น
จุดเด่น
-
เป็น SUV ไฟฟ้าที่ใช้งานได้รอบด้าน
-
ห้องโดยสารกว้างกว่ารถ EV ขนาดเล็ก
-
เหมาะกับทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล
-
มีเทคโนโลยีและระบบช่วยขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถ EV คันเดียวจบ ใช้ได้ทั้งเดินทางประจำวัน พาครอบครัวไปเที่ยว หรือเช่ารถไฟฟ้าสำหรับทริประยะกลางถึงไกล
ขอบคุณภาพจาก : https://news.mgmotor.eu/
4. MG4 Electric – รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ราคาคุ้มค่า
MG4 Electric ถือเป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าที่สร้างกระแสแรงมากในไทย ด้วยดีไซน์ทันสมัยสไตล์สปอร์ต เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชอบความโดดเด่น และต้องการรถ EV ที่ให้ความรู้สึกขับสนุกมากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป
จุดเด่น
-
ขับขี่สนุก ช่วงล่างแน่น มั่นใจ
-
ดีไซน์สปอร์ต ดูทันสมัย
-
วิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
-
ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปกและสมรรถนะ
เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเปลี่ยนมาใช้ EV เป็นครั้งแรก หรือทดลองเช่ารถไฟฟ้าเพื่อใช้งานในเมือง เดินทางประจำวัน และต้องการรถที่ขับแล้วให้ความรู้สึกสนุกมากขึ้น
ขอบคุณภาพจาก : https://www.autospinn.com/
5. MG S5 EV – SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ขับสบาย ฟีเจอร์ครบ
MG S5 EV เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่เหมาะกับคนที่ต้องการรถ EV ขนาดใช้งานจริง ภายในกว้าง นั่งสบาย และมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ครอบครัว จุดเด่นของรุ่นนี้คือความสมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และการใช้งานที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน
จุดเด่น
-
ตัวรถทรง SUV ใช้งานง่าย
-
ห้องโดยสารกว้าง เหมาะกับครอบครัว
-
มีหน้าจอขนาดใหญ่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวก
-
วิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและมาตรฐานการทดสอบ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถ EV สำหรับครอบครัว ใช้รับส่งลูก เดินทางในเมือง หรือเช่ารถไฟฟ้าเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แบบนั่งสบาย
ขอบคุณภาพจาก : https://www.24andlife.com/
6. Deepal S05 BEV – รถไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ เทคโนโลยีเด่น
Deepal S05 BEV เป็นรถไฟฟ้าที่เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์ทันสมัย ดูล้ำ และแตกต่างจากรถ EV ทั่วไป ภาพรวมของรุ่นนี้ให้ความรู้สึกเป็นรถยุคใหม่ ทั้งภายนอก ภายใน และฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และเทคโนโลยี
จุดเด่น
-
ดีไซน์ทันสมัย มีเอกลักษณ์
-
เหมาะกับคนที่ชอบรถ EV ภาพลักษณ์ล้ำ ๆ
-
ห้องโดยสารออกแบบให้ดูเรียบหรูและทันสมัย
-
มีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าที่ดูแตกต่าง มีความทันสมัย และเหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางระยะกลาง

7. MG Maxus 9 – MPV ไฟฟ้าพรีเมียม นั่งสบาย เหมาะกับครอบครัวและผู้บริหาร
MG Maxus 9 เป็นรถ MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ผู้บริหาร หรือการใช้งานที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม จุดเด่นของรุ่นนี้คือห้องโดยสารกว้าง เบาะนั่งสบาย และเหมาะกับการเดินทางที่ต้องการความผ่อนคลายมากกว่ารถ EV ทั่วไป
จุดเด่น
-
เป็นรถ MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่
-
ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย
-
เหมาะกับครอบครัว ผู้บริหาร หรือรับรองลูกค้า
-
ให้ภาพลักษณ์พรีเมียมกว่ารถ EV ทั่วไป
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับเดินทางเป็นครอบครัว ใช้รับรองลูกค้า หรือเช่ารถ EV แบบพรีเมียมที่เน้นความสบายตลอดการเดินทาง
สำรวจเทรนด์ EV ในไทย : ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น
ในช่วงหลังมานี้ เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด — ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ยอดจดทะเบียน หรือการมองเห็นบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้คำถามอย่าง “รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี” ถูกตั้งขึ้นบ่อยครั้งโดยผู้บริโภคทั้งเก่าและใหม่ แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงหันมาสนใจและใช้ รถไฟฟ้า มากขึ้น? มาดูเหตุผลและปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนเทรนด์นี้ในไทยกัน
1. ต้นทุนการใช้งานที่ถูกลงในระยะยาว
เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแล้ว รถไฟฟ้ามีต้นทุน
-
ค่าพลังงานต่อระยะทางถูกกว่า (ชาร์จไฟ vs เติมน้ำมัน)
-
บำรุงรักษาน้อยกว่า เพราะ EV ไม่มีระบบเกียร์ซับซ้อน น้ำมันเครื่อง หรือหัวเทียน
แม้ว่าราคาซื้อรถไฟฟ้าอาจสูงกว่าในตอนแรก แต่ในระยะยาว ค่าใช้จ่ายโดยรวมมักต่ำกว่า ทำให้หลายคนมองว่า EV เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
2. โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟที่เติบโตเร็ว
หนึ่งในข้อกังวลของผู้ใช้ EV คือ “จะชาร์จไฟได้ที่ไหน?” แต่ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟในไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งจากภาครัฐและเอกชน
✅ห้างสรรพสินค้า
✅โรงแรม
✅คอมมูนิตี้มอลล์
✅จุดพักรถบนทางด่วน
รวมทั้งมาตรฐานการชาร์จที่หลากหลาย รองรับทั้งการชาร์จเร็ว (Fast Charge) และการชาร์จแบบปกติ ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางจริงได้มากขึ้น
3. สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ
รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุน EV หลายด้าน เช่น
✅ ลดภาษีให้กับรถไฟฟ้า
✅ แรงจูงใจด้านเงินอุดหนุน
✅ ส่งเสริมการลงทุนสถานีชาร์จ
การสนับสนุนเหล่านี้ช่วยลดราคาขายจริงและทำให้ผู้บริโภคเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เทรนด์การใช้รถไฟฟ้ามาแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
4. การตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศสูง รถไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับการพิจารณามากขึ้นทั้งจากกลุ่มครอบครัว คนทำงาน และคนรุ่นใหม่
5. ตัวเลือก EV ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ปัจจุบันมี ตัวเลือก EV หลายรูปแบบ ทั้ง
✅รถไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง
✅ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว
✅รถไฟฟ้ารุ่นพรีเมียมสำหรับใช้งานทุกวัน
แบรนด์ต่าง ๆ ก็เข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น ทำให้คำถาม รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการ EV แบบไหนในชีวิตประจำวัน
6. ทางเลือกก่อนตัดสินใจซื้อ: เช่ารถไฟฟ้า
การตัดสินใจซื้อรถ EV คันแรกอาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน การใช้บริการ เช่ารถไฟฟ้าจากร้านรถเช่ามาตรฐาน ช่วยให้คุณ
✔️ ทดลองใช้งานจริงก่อนซื้อ
✔️ เปรียบเทียบรุ่น EV หลายยี่ห้อ
✔️ เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของตัวเอง
✔️ ลดความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงเงินก้อนใหญ่
นี่จึงเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกใช้ก่อนจะตัดสินใจว่ารถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีสำหรับตัวเอง
สรุป
เทรนด์รถไฟฟ้า หรือ รถ EV ในไทยปี 2026 เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากหลายปัจจัยที่ช่วยผลักดันตลาด ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการใช้งานที่น่าสนใจมากขึ้น การสนับสนุนจากภาครัฐ กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม สถานีชาร์จที่เริ่มครอบคลุมกว่าเดิม รวมถึงตัวเลือกรถ EV ที่มีให้เลือกหลากหลายขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้น และเกิดคำถามสำคัญก่อนตัดสินใจว่า “รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี?”
หากคุณกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ แนะนำลองสำรวจการ เช่ารถไฟฟ้า หรือ เช่ารถไฟฟ้า BYD ATTO 3 เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงก่อน — นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกรถ EV ที่เหมาะกับคุณที่สุด
ช่องทางการติดต่อเช่ารถไฟฟ้ากับเรา
• ไลน์ : @exclusivecar
• เบอร์ : 02-1260718
• เว็บไซต์ : เช่ารถไฟฟ้า
• อีเมล : info@exclusive.co.th
มาทดลองเช่ารถไฟฟ้าขับกับเราได้เลย
1. BYD Dolphin > เช่ารถไฟฟ้า
2. BYD ATTO 3 > เช่ารถไฟฟ้า
3. MG Maxus 9 > เช่ารถไฟฟ้า











