7 เช็คลิสต์เช่ารถตรวจสอบก่อนรับรถเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

7 เช็คลิสต์เช่ารถตรวจสอบก่อนรับรถเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

16-01-2026 วัชรีพร เมตตานนท์
41    2 นาที
:

7 เช็คลิสต์ตรวจสอบรถเช่าก่อนรับรถ เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยและไร้กังวล

การเลือกใช้บริการ รถเช่ากรุงเทพ หรือจังหวัดต่างๆ เป็นทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นมาก แต่สำหรับมือใหม่ วิธีเช่ารถ ให้ราบรื่นและไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือขั้นตอน "การตรวจสอบรถ" ก่อนเซ็นชื่อรับรถ เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องรอยขีดข่วนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก่อนหน้า และเพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมออกเดินทาง

นี่คือ 7 เช็คลิสต์เช่ารถ ที่คุณต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนขับรถออกจากศูนย์บริการของ Exclusive Car Rental ค่ะ

รูปการตรวจสอบรอยขีดข่วนและตัวถังภายนอก

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

1. ตรวจสอบรอยขีดข่วนและตัวถังภายนอกอย่างละเอียด

สิ่งแรกที่ต้องทำคือเดินสำรวจรอบตัวรถในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อหารอยบุบ รอยถลอก หรือรอยขีดข่วน โดยเฉพาะจุดที่พนักงานและลูกค้ามักมองข้าม เช่น บริเวณใต้กันชนหน้า-หลัง ขอบประตูรถ และบนหลังคา หากพบคราบสกปรกที่อาจบดบังรอยแผลเดิมควรเช็ดออกให้ชัดเจน

  • คำแนะนำ: ใช้มือถือถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอวนรอบคันไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ทั้งจุดที่มีรอยอยู่แล้วและจุดที่ดูปกติ เพื่อป้องกันการถูกปรับภายหลังเมื่อนำรถมาคืน การเก็บหลักฐานที่ชัดเจนจะช่วยลดข้อพิพาทและทำให้คุณสบายใจตลอดทริปการเดินทาง

 

รูปภาพตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและประเภทน้ำมัน

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

2. เช็กสภาพยาง ลมยาง และดอกยาง

ยางรถยนต์คือส่วนเดียวที่สัมผัสพื้นถนน ความปลอดภัยของชีวิตคุณและผู้โดยสารจึงขึ้นอยู่กับจุดนี้เป็นสำคัญ คุณควรตรวจสอบความลึกของดอกยางว่ายังอยู่ในสภาพดี ไม่สึกหรอจนโล้น เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและการเบรก โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่ในช่วงที่มีฝนตกหรือพื้นถนนลื่น

  • จุดสังเกต: ตรวจสอบลมยางว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมตามมาตรฐานรถรุ่นนั้นๆ ไม่แข็งหรืออ่อนจนเกินไป และสังเกตอย่างละเอียดว่าไม่มีรอยบวม รอยแตก หรือรอยปริที่บริเวณแก้มยาง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดยางระเบิดขณะใช้ความเร็วสูงได้

รูปภาพเช็กสภาพยาง ลมยาง และดอกยาง

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

3. ตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและประเภทน้ำมัน

โดยปกติแล้ว วิธีเช่ารถ ที่เป็นมาตรฐานสากลคือ "รับน้ำมันเต็มถัง และต้องคืนน้ำมันเต็มถัง" ดังนั้นก่อนออกรถทุกครั้งให้คุณสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเช็กบนหน้าปัดว่าเข็มน้ำมันอยู่ที่ระดับ Full (F) จริงหรือไม่ หากพบว่าไม่เต็มถังให้รีบถ่ายรูปหน้าปัดเก็บไว้และแจ้งพนักงานให้บันทึกในใบรับรถทันทีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคุณ

  • ข้อห้ามพลาด: สอบถามพนักงานให้ชัดเจนว่ารถคันนี้ใช้เชื้อเพลิงประเภทไหน เช่น แก๊สโซฮอล์ 91, 95 หรือดีเซล เพราะการเติมน้ำมันผิดประเภทเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อเครื่องยนต์และทำให้คุณต้องเสียค่าซ่อมแซมราคาสูง

รูปภาพทดลองระบบไฟ แอร์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

4. ทดลองระบบไฟ แอร์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ก่อนขับออกไปสู่ถนนใหญ่ ให้ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถทุกชนิด เริ่มจากเปิดไฟหน้า ไฟสูง ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา ไฟฉุกเฉิน และให้ใครช่วยยืนดูไฟเบรกด้านหลังว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ ต่อมาเช็กระบบปรับอากาศว่าเย็นเร็วและเย็นทั่วถึงห้องโดยสารหรือไม่ ที่ปัดน้ำฝนต้องทำงานได้ดี ไม่มีเสียงดัง หรือปาดน้ำไม่สะอาด

  • เทคโนโลยีเพิ่มเติม: ตรวจสอบระบบอินโฟเทนเมนต์ การเชื่อมต่อบลูทูธ กล้องมองหลัง และเซ็นเซอร์ถอยจอดว่าทำงานปกติหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมืออำนวยความสะดวกเหล่านี้จะช่วยให้การขับขี่ของคุณราบรื่นตลอดเส้นทางรูปภาพเตรียมเอกสารเช่ารถ และตรวจสอบสัญญาให้ถ่องแท้

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

5. เตรียมเอกสารเช่ารถ และตรวจสอบสัญญาให้ถ่องแท้

การมี เอกสารเช่ารถ ที่ครบถ้วนจะช่วยให้ขั้นตอนรับรถรวดเร็วและดูเป็นมืออาชีพ คุณควรเตรียมบัตรประชาชนตัวจริง ใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ และบัตรเครดิตที่มีวงเงินเพียงพอสำหรับวางเงินประกันความเสียหาย เมื่อพนักงานยื่นสัญญาเช่าให้ อย่าเพิ่งรีบเซ็นชื่อโดยไม่ผ่านการอ่าน

  • สาระสำคัญในสัญญา: อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงขอบเขตการคุ้มครองของประกันภัยว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น ยางแตก กระจกร้าว หรือการถูกโจรกรรม เพื่อให้ทราบขอบเขตความรับผิดชอบของคุณอย่างชัดเจน

สำรวจอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินประจำรถ

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

6.สำรวจอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินประจำรถ

รถเช่าที่มีมาตรฐานควรมีอุปกรณ์พื้นฐานเผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยระหว่างทางที่คุณอาจต้องแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง ตรวจดูว่าภายใต้ฝาท้ายรถมียางอะไหล่ที่เติมลมพร้อมใช้งาน หรือมีชุดปะยางฉุกเฉินให้หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบเครื่องมือประจำรถ เช่น แม่แรงและประแจสำหรับเปลี่ยนยาง

  • อุปกรณ์ความปลอดภัย: เช็กว่ามีป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงสำหรับตั้งเตือนเมื่อรถเสียข้างทาง หรือมีถังดับเพลิงขนาดเล็กติดตั้งอยู่หรือไม่ การมีอุปกรณ์เหล่านี้ครบถ้วนจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากขึ้นในระหว่างทริป

รูปภาพบันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉินและสถานะประกันภัย

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.canva.com/)

7.บันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉินและสถานะประกันภัย

ก่อนจะเหยียบคันเร่งเริ่มต้นการเดินทาง ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่ารถคันนี้ทำประกันภัยประเภทใดไว้ เช่น ประกันชั้น 1 แบบครอบคลุมทั้งหมด หรือแบบมีเงื่อนไขพิเศษเฉพาะทาง และอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุของ พ.ร.บ. รถยนต์ที่ติดอยู่หน้ากระจกด้วยว่ายังคุ้มครองอยู่หรือไม่

  • การเตรียมพร้อม: บันทึกเบอร์โทรศัพท์สำคัญลงในมือถือทันที ได้แก่ เบอร์คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทรถเช่า เบอร์สายด่วนของบริษัทประกันภัย และเบอร์ตำรวจทางหลวง เพื่อให้คุณสามารถโทรขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาได้ทันท่วงทีหากเกิดอุบัติเหตุหรือรถมีปัญหาระหว่างการใช้งาน

 

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

การสละเวลาเพียง 10-15 นาทีเพื่อทำตาม เช็คลิสต์เช่ารถ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างสบายใจและไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียกเก็บค่าเสียหายย้อนหลัง หากคุณกำลังมองหาบริการที่ไว้ใจได้ Exclusive Car Rental ยินดีให้บริการรถเช่าคุณภาพสูงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดีที่สุดให้แก่คุณค่ะ

Tag :
วิธีเช่ารถ
เช็คลิสต์เช่ารถ
เอกสารเช่ารถ
รถเช่ากรุงเทพ

พื้นที่ให้บริการของเรา

Copyright ©2026 All rights reserved | Exclusive.co.th
Exclusive