รถชนทีไร หัวจะปวดทุกที! โดยเฉพาะคนที่ใช้รถทุกวันจนเลี่ยงอุบัติเหตุได้ยาก ไม่ว่าจะเฉี่ยวชนเล็กน้อยหรือต้องเข้าซ่อมใหญ่ ปัญหาที่ตามมาคือ " ไม่มีรถใช้ " จะเดินทางไปไหนก็ลำบาก จะ เช่ารถขับเอง รายวันก็กลัวราคาแพง หรือหากต้องซ่อมนานเป็นเดือน การมองหาบริการ เช่ารถระยะยาว ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก
วันนี้เราจะมาปลดล็อกความกังวล ด้วยบริการเช่ารถราคาประหยัดที่พร้อมส่งตรงถึงหน้าอู่ และที่สำคัญ หากคุณเป็นฝ่ายถูก เรามีเคล็ดลับการเคลมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถมาฝาก เปลี่ยนช่วงเวลาที่รถซ่อมให้กลายเป็นเรื่องง่ายและไม่เสียสิทธิที่คุณควรได้
แนะนำบริการเช่ารถระหว่างซ่อมที่ตอบโจทย์เรื่องราคาและการบริการ
ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกันดีกว่า ว่า บริการเช่ารถระหว่างซ่อม คืออะไร ? บริการ เช่ารถระหว่างซ่อม (Car Replacement / Car During Repair Service) คือ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะสั้นสำหรับเจ้าของรถที่ต้องนำรถส่วนตัวเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อม ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมจากอุบัติเหตุหรือการเช็กระยะทั่วไป
ต่างจากการเช่ารถทั่วไปตรงที่ มักมีบริการรับ-ส่งรถถึง " อู่ซ่อม " หรือ " ศูนย์บริการ " เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับรถให้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว อีกทัั้งหากคุณเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ บริษัทรถเช่ากลุ่มนี้มักจะมีทีมงานช่วยเตรียมเอกสารเพื่อไปเรียกร้องค่าเช่ารถคืนจากบริษัทประกันของคู่กรณี
โดย บริษัทที่ทำการตลาดแบบ " รถเช่าระหว่างซ่อม " ชัดเจนเจ้าแรกๆ คือบริษัทคนไทยที่เน้นความยืดหยุ่น เช่น ECOCAR rent-a-car (ก่อตั้งช่วงปี 2555) และ Exclusive Car Rental ซึ่งเข้ามาอุดช่องว่างของแบรนด์ใหญ่ในเรื่องของ "การไม่ต้องใช้บัตรเครดิต" และ "ราคาที่ถูกกว่า" ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงบริการนี้ได้ง่ายขึ้น

วิธีเคลมประกัน " เมื่อคุณเป็นฝ่ายถูก "
การเคลมประกัน คือ การแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบว่าเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายขึ้น เพื่อให้บริษัทฯ เข้ามาตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยต่างๆ โดยหัวใจสำคัญของการเคลม คือ " การกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ " โดยที่ผู้เอาประกันไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
ขั้นตอนการเคลมประกันเมื่อเป็นฝ่ายถูก (Step-by-Step)
1. ตรวจสอบใบเคลมและยืนยันสถานะฝ่ายถูก
-
สิ่งที่ต้องทำ : เมื่อพนักงานเคลมมาถึง ให้ตรวจสอบว่าในใบแจ้งความเสียหายระบุว่าเราเป็น " ฝ่ายถูก " และมีข้อมูลคู่กรณีครบถ้วน
-
สำคัญมาก : อย่าลืมถ่ายรูปที่เกิดเหตุและตำแหน่งรถก่อนเคลื่อนย้าย (ถ้าทำได้และปลอดภัย)
2. การเลือกสถานพยาบาลและแจ้งความ (หากมีผู้บาดเจ็บ)
-
สิ่งที่ต้องทำ : หากมีผู้บาดเจ็บ ให้ใช้สิทธิ์จาก พ.ร.บ. ของรถก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเข้ารักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และต้องมีการแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานสำคัญ
3. การนำรถเข้าประเมินและเริ่มซ่อม
-
สิ่งที่ต้องทำ : นำรถพร้อมใบเคลมไปที่อู่หรือศูนย์บริการที่ได้รับมาตรฐาน
-
สำคัญมาก : ต้องขอ " ใบรับรถเข้าซ่อม " ที่ระบุวันที่คุณนำรถไปจอดไว้อย่างชัดเจน เพราะวันเริ่มซ่อมนี้คือจุดเริ่มต้นในการคำนวณเงินค่าขาดประโยชน์
4. การจัดหา "รถเช่าระหว่างซ่อม"
-
สิ่งที่ต้องทำ : ติดต่อบริษัทรถเช่าที่เน้นบริการระหว่างซ่อม (เช่น Exclusive Car Rental หรือ Siam.Rent) เพื่อนำรถมาใช้ทดแทน
-
สำคัญมาก : เก็บ สัญญาเช่ารถ และ ใบเสร็จรับเงิน ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงต่อบริษัทประกันคู่กรณี
5. การติดตามสถานะและรับรถคืน
-
สิ่งที่ต้องทำ : เมื่ออู่ซ่อมเสร็จ ให้ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานซ่อมก่อนเซ็นรับรถ
-
สำคัญมาก : ต้องขอ " ใบรับรถคืน " (หรือใบส่งมอบรถ) ที่ระบุวันเสร็จสิ้นการซ่อมที่แน่นอน เพื่อสรุปจำนวนวันที่ขาดรถใช้ทั้งหมด
6. การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ ( Loss of Use )
-
สิ่งที่ต้องทำ : รวบรวมเอกสาร ( ใบเคลม, ใบรับรถเข้าซ่อม, ใบส่งมอบรถ, สัญญาเช่ารถ ) ยื่นต่อบริษัทประกันของคู่กรณี
-
สำคัญมาก : ตามกฎหมาย คปภ. กำหนดขั้นต่ำสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลไม่น้อยกว่า 500 บาท/วัน หากคุณเช่ารถมาราคาแพงกว่านั้น สามารถนำใบเสร็จไปเจรจาขอเพิ่มตามจริงได้
Tips : " อย่าทิ้งใบเสร็จค่าเช่ารถ " เพราะบริษัทประกันหลายแห่งมักจะต่อรองราคาจ่ายเงินชดเชยให้ต่ำที่สุด แต่หากเรามีหลักฐานการเช่ารถจริงในราคาตลาด จะช่วยให้เราได้รับเงินคืนที่สูงขึ้นและเป็นธรรมมากขึ้น
การเคลมประกันรถเช่า VS การเคลมรถปกติ ต่างกันอย่างไร ?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การเคลมรถยนต์ส่วนตัว (ปกติ) | การเคลมรถยนต์ที่เช่ามา |
| เจ้าของกรรมสิทธิ์ | เราเป็นเจ้าของ ตัดสินใจเลือกอู่เองได้ | บริษัทรถเช่าเป็นเจ้าของ ต้องแจ้งบริษัททันที |
| ค่าเสียหายส่วนแรก | เสียตามจริงตามระบุในกรมธรรม์ (Deductible) | มักมีค่า Deduct fixed (เช่น 3,000-5,000 บาท) หากเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี |
| การประสานงาน | เราต้องคุยกับประกันและอู่ด้วยตัวเอง | บริษัทรถเช่ามักจัดการประสานงานให้ทั้งหมด (เราแค่ให้ข้อมูล) |
| ผลกระทบหลังเคลม | เบี้ยประกันในปีถัดไปอาจสูงขึ้น (เสียประวัติ) | ไม่มีผลต่อเบี้ยประกันของเรา (เพราะใช้ประกันของรถเช่า) |
| รถสำรอง | มักไม่มีให้ นอกจากจะซื้อความคุ้มครองเพิ่ม | บริษัทอาจมีรถคันใหม่มาเปลี่ยนให้ทันที (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข) |
ทำไมต้องเลือกเช่ารถระหว่างซ่อม

เหตุผลหลักไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย แต่คือเรื่อง " เวลา " และ " โอกาส "
-
ชีวิตประจำวัน : แม้รถจะซ่อม แต่การใช้ชีวิตของคุณยังคงดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน รับ-ส่งลูกไปโรงเรียน หรือไปจ่ายตลาด หากไม่มีรถ ภารกิจเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องยากและใช้เวลามากขึ้น 2-3 เท่า
-
ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย : ในยุคปัจจุบันการมีพื้นที่ส่วนตัว (Private Space) ในการเดินทางช่วยให้คุณไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟฟ้าหรือรอคิวรถเมล์ ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ (แดดร้อนหรือฝนตก) อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนบางกลุ่มอาชีพที่ต้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถระหว่างเปลี่ยนงาน เช่น Influencer ที่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยที่สุด
ข้อดีของการเช่ารถระหว่างซ่อม
1. ความคุ้มค่าทางการเงิน
หากคุณเป็น " ฝ่ายถูก " คุณสามารถนำค่าเช่ารถไปเบิกคืนจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ในรูปแบบของ " ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ "
-
จุดเด่น : หากคุณเช่ารถในราคาที่สอดคล้องกับวงเงินชดเชย ( เช่น เช่ารถ Eco Car วันละ 800-900 บาท แต่เบิกได้ 500-1,000 บาท ) เท่ากับว่าคุณได้รถมาใช้งานฟรีๆ หรือจ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดีกว่าต้องควักเงินจ่ายค่า Taxi หรือแอปฯ เรียกรถซึ่งเบิกคืนได้ยากกว่าและไม่มีใบเสร็จที่ชัดเจน
2. บริการส่งรถถึงอู่
บริษัทรถเช่าที่เน้นกลุ่มนี้จะมีบริการแบบ Meet & Greet
-
จุดเด่น : คุณสามารถนัดให้บริษัทรถเช่านำรถมาส่ง " ที่อู่ " ในจังหวะที่คุณเอารถไปฝากซ่อมพอดี และในวันที่รถซ่อมเสร็จ คุณก็ขับรถเช่าไปคืนที่อู่แล้วขับรถตัวเองกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องเสียค่ารถเดินทางไป-กลับอู่หลายรอบ
3. ประสิทธิภาพในการคุมเวลา
การใช้รถสาธารณะมีตัวแปรที่คุมไม่ได้เยอะ เช่น รถมาสาย, รถเต็ม, หรือหาเรียกแอปฯ ไม่ได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน
-
จุดเด่น : การมีรถเช่าจอดอยู่หน้าบ้าน ทำให้คุณสามารถกำหนดเวลาออกจากบ้านได้แม่นยำเหมือนตอนที่มีรถตัวเอง ไม่ต้องเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มวันละ 1-2 ชั่วโมง
4. มีรถที่สภาพสมบูรณ์และปลอดภัย
รถเช่าระหว่างซ่อมมักจะเป็นรถรุ่นใหม่ (ปี 2024-2026) ที่มีการบำรุงรักษาตามระยะสม่ำเสมอ
-
จุดเด่น : คุณจะได้รถที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยครบถ้วน สะอาด และพร้อมใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องรถเสียกลางทางเหมือนรถมือสองหรือรถที่ขาดการดูแล
5. ลดความเครียดและรักษาภาพลักษณ์
การไม่มีรถใช้อาจทำให้คุณเสียบุคลิกจากการเดินทางที่เหนื่อยล้า หรือกระทบต่อภาพลักษณ์ในการไปติดต่อธุรกิจ
-
จุดเด่น : การขับรถไปทำงานหรือไปพบลูกค้ายังคงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณไว้ได้ และลดความหงุดหงิดจากสภาพจราจรที่คุณควบคุมไม่ได้เมื่อใช้รถสาธารณะ
ขั้นตอนการจองที่ง่ายที่สุด
ขั้นตอนการจองซ่อมรถ
1. ติดต่อ (First Contact)
ขั้นแรกคือการเลือกว่าจะซ่อมที่ไหน โดยส่วนใหญ่เรามักจะเลือก " อู่ในเครือประกัน " เพื่อความสะดวกเรื่องการคุมราคา
-
สิ่งที่ต้องทำ : โทรศัพท์หรือทักแชทหาอู่เพื่อเช็กคิวเบื้องต้น
-
คำแนะนำ : ควรถามอู่ก่อนว่า " รับประกันของบริษัท...ไหม ? " และ " คิวซ่อมเร็วที่สุดคือช่วงไหน ? " เพื่อประกอบการตัดสินใจ
2. ส่งเอกสาร
เมื่อตกลงใจเลือกอู่ได้แล้ว การส่งเอกสารล่วงหน้าจะช่วยให้พี่ๆ ที่อู่ประเมินงานและสั่งอะไหล่รอได้เลย เอกสารสำคัญมี 3 อย่าง คือ
-
ใบเคลม (Claim Form) : ใบสีเหลืองหรือไฟล์ดิจิทัลที่ได้จากพนักงานประกัน
-
บัตรประชาชน : เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าของรถ
-
ใบขับขี่ : เพื่อยืนยันความถูกต้องในการขับขี่ขณะเกิดเหตุ
Tip: ปัจจุบันนิยมส่งผ่านทาง Line มากที่สุดครับ รวดเร็วและมีหลักฐานการรับเรื่องชัดเจน
3. นัดวันส่งรถ
หลังจากอู่เช็กเอกสารและอะไหล่แล้ว เขาจะนัดวันให้เรานำรถเข้าไปจอด
-
เตรียมตัว : เคลียร์ของมีค่าออกจากรถให้หมด และเช็กระดับน้ำมันไว้
-
ที่อู่ : เมื่อถึงวันนัด คุณจะได้เซ็นเอกสารใบรับรถ ซึ่งจะมีรายละเอียดรอยแผลรอบคัน และกำหนดการซ่อมเสร็จคร่าวๆ
4. รับรถที่อู่
เมื่อรถซ่อมเสร็จ อู่จะแจ้งให้เราไปรับรถคืน
-
การตรวจเช็ก : อย่าเพิ่งรีบขับออกไปนะครับ ให้เช็กสีว่าเนียนไหม ประตูเปิด-ปิดสนิทดีไหม และร่องรอยการซ่อมเรียบร้อยหรือเปล่า
-
ปิดงาน : เซ็นเอกสารรับรถคืน และขับกลับบ้านด้วยความสบายใจ
" การใช้รถสาธารณะ " vs " การเช่ารถระหว่างซ่อม "
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การใช้รถสาธารณะ (BTS/MRT/Grab) | การเช่ารถระหว่างซ่อม |
| ความสะดวก | ต้องเผื่อเวลาเดินทาง, เดินเยอะหน่อย | เหมือนใช้รถตัวเอง, ไปไหนก็ได้ตามใจ |
| ค่าใช้จ่าย | ประหยัดกว่า (จ่ายตามจริง) | สูงกว่า (มีค่าเช่ารายวัน + ค่าน้ำมัน) |
| ความคล่องตัว | ลำบากถ้าต้องแบกของเยอะ หรือไปหลายที่ | สูงมาก ขนของได้ เดินทางเป็นกลุ่มสะดวก |
| การควบคุมเวลา | คุมยาก (ขึ้นอยู่กับตารางเดินรถ/จราจร) | คุมได้แม่นยำเหมือนปกติ |
| สิทธิประโยชน์ | เบี้ยปรับได้เต็ม: เรียกค่าขาดประโยชน์จากประกันได้เต็มจำนวน | อาจไม่ได้เงินชดเชย: เพราะถือว่ามีรถใช้แล้ว (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประกัน) |
เลือก " รถสาธารณะ " ถ้า
อู่ซ่อมไม่นาน (3-5 วัน), เส้นทางไปทำงานมีรถไฟฟ้าผ่าน หรือคุณต้องการ เรียกเงินชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เป็นเงินก้อนมาปลอบใจ
เลือก " รถเช่า " ถ้า
คุณต้องรับ-ส่งลูก, แบกโน้ตบุ๊กหลายเครื่อง, หรือบ้านอยู่ในซอยลึกที่เรียกรถยาก ความสะดวกตรงนี้จะคุ้มค่ากว่าเงินที่เสียไป
สำหรับใครที่ต้องใช้รถทำมาหากิน หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่รถติดและมีความเสี่ยงสูงอย่าง กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ จนรู้สึกว่าการเฉี่ยวชนกลายเป็นเรื่องที่เลี่ยงยาก การรู้วิธีจัดการหลังเกิดเหตุจึงสำคัญที่สุดครับ อย่าปล่อยให้รถชนหนึ่งครั้งทำให้ชีวิตคุณต้องหยุดชะงัก หรือต้องแบกภาระค่าเดินทางที่บานปลาย
เลือกใช้บริการ เช่ารถระหว่างซ่อม ที่เข้าใจคนใช้รถจริง ราคาถูก มีรถส่งถึงอู่ และพร้อมดูแลเรื่องเอกสารการเคลมค่าขาดประโยชน์ให้คุณอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ทุกการซ่อมรถครั้งนี้... คุณไม่ต้องเป็นฝ่าย " เสียประโยชน์ " อีกต่อไป







