รถจมน้ำทำอย่างไร? สิ่งที่ควรทำทันทีหลังรถถูกน้ำท่วม

รถจมน้ำทำอย่างไร? สิ่งที่ควรทำทันทีหลังรถถูกน้ำท่วม

01-10-2026 นลิษรา ยมะคุปต์
16    12 นาที
:

ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือจอดรถไว้ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของรถอาจต้องเผชิญ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากกลับมาพบว่ารถยนต์ถูกน้ำท่วมจนถึงห้องโดยสารหรือจมไปทั้งคัน สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่งรีบสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายมากกว่าเดิม

สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหา รถจมน้ำ บทความนี้จะพาไปดูว่าควรทำอย่างไรตั้งแต่นาทีแรกที่พบรถ วิธีตรวจสอบความเสียหาย การติดต่อบริษัทประกันภัย ไปจนถึงข้อควรระวังก่อนนำรถกลับมาใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาค่ะ

จากคำแนะนำจากบทความ AAA: Does Car Insurance Cover Floods and Water Damage?

การสตาร์ทรถหลังถูกน้ำท่วมอาจทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายถาวรได้ จึงควรถ่ายภาพความเสียหาย ติดต่อบริษัทประกัน และประสานงานรถยกเพื่อนำรถไปตรวจสอบก่อนค่ะ

 

1. รถจมน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำทันทีคืออะไร?

 

ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเองก่อน

 

ขอบคุณภาพจาก: Aldward Castillo / Unsplash 

1.1 ตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเองก่อน

หากรถกำลังถูกน้ำท่วม อย่าฝืนเดินลุยน้ำเชี่ยวหรือกลับเข้าไปในรถเพื่อเก็บสิ่งของ โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรย้ายตัวเองไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อน หากติดอยู่ภายในรถให้ติดต่อหน่วยกู้ภัยทันที

 

ห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาด

 

ขอบคุณภาพจาก: Dibakar Roy / Unsplash

1.2 ห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาด

เมื่อพบว่ารถถูกน้ำท่วมจนถึงเครื่องยนต์หรือห้องโดยสาร อย่าลองบิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ท แม้ว่าน้ำจะลดลงแล้วก็ตาม เพราะน้ำอาจเข้าไปอยู่ในกระบอกสูบ ทำให้เกิดอาการ Hydrolock หรือเครื่องยนต์เสียหายอย่างรุนแรงได้

 

ถ่ายภาพความเสียหายเก็บไว้

 

ขอบคุณภาพจาก: Unsplash

1.3 ถ่ายภาพความเสียหายเก็บไว้

เมื่อพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ควรถ่ายภาพรถจากทุกมุม รวมถึงระดับคราบน้ำภายนอกและภายในห้องโดยสาร ป้ายทะเบียน และทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งเคลมประกันภัย

 

ติดต่อประกันภัยและเรียกรถยก

 

ขอบคุณภาพจาก: Dibakar Roy / Unsplash

1.4 ติดต่อประกันภัยและเรียกรถยก

แจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อสอบถามขั้นตอนการเคลมและประสานงานรถยก ไม่ควรขับรถออกจากพื้นที่ด้วยตัวเอง แม้เครื่องยนต์จะยังติดได้ก็ตาม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถไฮบริดที่อาจมีความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าแรงสูง

 

2. รถจมน้ำ ต้องตรวจสอบส่วนไหนบ้าง?

หลังจากนำรถออกจากพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด เพราะรถที่ดูปกติจากภายนอกอาจมีน้ำสะสมอยู่ในเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรือส่วนประกอบอื่น ๆ โดยเฉพาะรถที่จมน้ำเป็นเวลานาน

 

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

 

ขอบคุณภาพจาก: Aldward Castillo / Unsplash

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ กระบอกสูบ น้ำมันเกียร์ และของเหลวต่าง ๆ หากพบว่ามีน้ำปนเปื้อน ต้องแก้ไขก่อนทดลองสตาร์ทรถ

 

ระบบไฟฟ้าและกล่อง ECU

 

ขอบคุณภาพจาก: Aldward Castillo / Unsplash

ระบบไฟฟ้าและกล่อง ECU

ตรวจสอบสายไฟ กล่องควบคุม เซนเซอร์ และขั้วต่อ เพราะความชื้นอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนหรือไฟฟ้าลัดวงจร แม้รถจะกลับมาใช้งานได้แล้วก็ตาม

 

ห้องโดยสารและระบบปรับอากาศ

 

ขอบคุณภาพจาก: Zukidin.com

ห้องโดยสารและระบบปรับอากาศ

ตรวจสอบพรม เบาะ ฟองน้ำใต้พื้นรถ และระบบปรับอากาศ หากมีน้ำขังหรือความชื้นสะสม อาจเกิดเชื้อรา กลิ่นอับ และสนิมในระยะยาว

 

ระบบเบรก ช่วงล่าง และลูกปืนล้อ

ขอบคุณภาพจาก: michaelstire.com

ระบบเบรก ช่วงล่าง และลูกปืนล้อ

น้ำและโคลนอาจเข้าไปสะสมตามชิ้นส่วนต่าง ๆ จึงควรตรวจสอบระบบเบรก ลูกปืนล้อ และช่วงล่างก่อนนำรถกลับมาขับขี่

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV และรถไฮบริด หากน้ำท่วมถึงบริเวณแบตเตอรี่แรงดันสูง ควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมตรวจสอบโดยเฉพาะ ห้ามสัมผัสสายไฟแรงดันสูงหรือถอดแบตเตอรี่ด้วยตัวเองค่ะ

 

3. รถจมน้ำระดับไหน ถึงเสี่ยงเสียหายหนัก?

ความเสียหายของรถจมน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่จมน้ำ ประเภทของน้ำ และระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ด้วย

 

ระดับน้ำท่วม

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

น้ำท่วมถึงล้อ

ระบบเบรก ลูกปืนล้อ และชิ้นส่วนช่วงล่าง

น้ำท่วมถึงพื้นรถ

พรม เบาะ สายไฟ และอุปกรณ์ใต้พื้นรถ

น้ำท่วมถึงแผงหน้าปัด

ระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

น้ำท่วมถึงหลังคา

อาจเกิดความเสียหายรุนแรงหลายระบบและมีค่าซ่อมสูง

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เพราะตำแหน่งเครื่องยนต์ ช่องรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน แม้ระดับน้ำจะไม่สูงมากก็อาจสร้างความเสียหายรุนแรงได้ หากน้ำเข้าสู่ส่วนประกอบสำคัญ

 

4. รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 คุ้มครองหรือไม่?

โดยทั่วไป ประกันรถยนต์ชั้น 1 มักมีความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม แต่เจ้าของรถควรตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ วงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเงื่อนไขการเรียกร้องค่าสินไหมของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง

หากรถถูกน้ำท่วม ควรแจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว พร้อมส่งภาพถ่ายความเสียหายและข้อมูลเหตุการณ์ให้ครบถ้วน จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายและแนะนำอู่ซ่อมที่เหมาะสม

กรณีรถเสียหายรุนแรงจนไม่คุ้มค่าต่อการซ่อม บริษัทประกันอาจพิจารณาชดใช้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทั้งนี้ ไม่ควรนำรถไปซ่อมหรือรื้อชิ้นส่วนสำคัญก่อนประสานงานกับบริษัทประกัน เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยหรือได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ค่ะ

 

5. สิ่งที่ไม่ควรทำหลังรถจมน้ำ

ข้อควรระวังหลังน้ำลด

  • ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อทดลองว่ารถยังใช้งานได้หรือไม่

  • ห้ามเปิดระบบไฟฟ้าหรือชาร์จแบตเตอรี่รถ EV ที่ถูกน้ำท่วมก่อนผ่านการตรวจสอบ

  • ไม่ควรนำรถที่เพิ่งจมน้ำไปขับขี่ทันที

  • ไม่ควรปล่อยให้พรมและเบาะเปียกชื้นเป็นเวลานาน เพราะเสี่ยงเกิดเชื้อราและสนิม

  • อย่าเพิ่งทิ้งอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่เสียหาย ก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ

หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถ ควรใช้บริการรถยกที่เหมาะสมกับประเภทรถ และปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทประกันภัยหรือผู้ผลิตรถยนต์ค่ะ

 

6. รถจมน้ำต้องเข้าอู่นาน ใช้รถอะไรระหว่างรอซ่อม?

หากรถยนต์ส่วนตัวถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้งานได้ และต้องนำเข้าศูนย์บริการเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ การเช่ารถระหว่างซ่อมเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ยังสามารถเดินทางไปทำงาน รับส่งครอบครัว หรือทำธุระประจำวันได้ตามปกติ

 

บริการเช่ารถระหว่างซ่อม จาก Exclusive Car Rental

 

 

บริการเช่ารถระหว่างซ่อม จาก Exclusive Car Rental

หากรถของคุณจมน้ำและต้องรอซ่อมเป็นเวลานาน Exclusive Car Rental มีบริการเช่ารถระหว่างซ่อม

ทั้งแบบรายวันและรายเดือน พร้อมรถยนต์หลายประเภทให้เลือกตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถ SUV รถ 7 ที่นั่ง หรือรถตู้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถทดแทนระหว่างรอซ่อมค่ะ

 

Exclusive Car Rental ดูบริการเช่ารถระหว่างซ่อม ติดต่อผ่าน LINE

โทร. 02-126-0718 | LINE: @exclusivecar

 

สรุป รถจมน้ำทำอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด?

เมื่อพบว่ารถจมน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาด และควรติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อประสานงานนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะการพยายามขับรถที่ถูกน้ำท่วมอาจทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายมากกว่าเดิม

สำหรับใครที่ต้องนำรถเข้าซ่อมเป็นเวลานาน สามารถเลือกใช้บริการเช่ารถระหว่างซ่อมจาก Exclusive Car Rental เพื่อให้การเดินทางในชีวิตประจำวันไม่ต้องหยุดชะงักระหว่างรอรถกลับมาใช้งานค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. รถจมน้ำแล้วสามารถสตาร์ทได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรสตาร์ทรถทันทีค่ะ แม้ว่าน้ำจะลดลงจนหมดแล้ว เพราะอาจมีน้ำหลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์ ระบบกรองอากาศ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างตรวจสอบและประเมินความเสียหายก่อน

2. รถจมน้ำซ่อมแล้ว สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและคุณภาพการซ่อมค่ะ หากน้ำท่วมเพียงเล็กน้อยและได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้อง รถอาจกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่หากน้ำท่วมถึงเครื่องยนต์ กล่องควบคุม หรือระบบไฟฟ้าสำคัญ อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาตามมาในระยะยาว จึงควรตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Tag :
รถจมน้ำ
เช่ารถช่วงน้ำท่วม
เช่ารถระหว่างซ่อม

พื้นที่ให้บริการของเรา

Copyright ©2026 All rights reserved | Exclusive.co.th
Exclusive