บทความ - รถยนต์ไฟฟ้า 2024 ซื้อรุ่นไหนดี ? เปรียบเทียบราคารถ ev



รถยนต์ไฟฟ้า 2024,  เปรียบเทียบราคารถ ev

Share :

รถยนต์ไฟฟ้า 2024 ซื้อรุ่นไหนดี ? เปรียบเทียบราคารถ ev



รถยนต์ไฟฟ้า 2024 ซื้อรุ่นไหนดี ? เปรียบเทียบราคารถ ev

         ในปัจจุบันรถไฟฟ้านั้นกำลังเป็นกระแสยอดนิยมในประเทศไทยรวมทั้งทั่วโลก เนื่องจากว่าผู้บริโภคจะได้รถที่ประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีดีไซน์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้กับตัวรถด้วย รวมทั้งราคาที่ปรับลดมาจากสามารถแตะต้องได้แล้ว วันนี้ทาง Exclusive Car Rental ได้เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟฟ้ามาให้ท่านได้อ่านกัน

 

รถไฟฟ้าคืออะไร ?

          รถไฟฟ้า หรือรถ EV (Electric Vehicle) คือรถยนต์หรือพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นแหล่งขับเคลื่อนหลักในการทำงาน โดยไม่มีการใช้เชื้อเพลิงที่เผาไหม้ เช่น น้ำมันดีเซลหรือน้ำมันเบนซิน รถไฟฟ้า ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าในการเคลื่อนที่และขับเคลื่อนเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในรถ เป็นทางเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง

          รถไฟฟ้ามีหลากหลายรูปแบบตามความต้องการและการใช้งานต่างๆ รวมถึงรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle) ที่ผสมระบบเครื่องยนต์ในการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน รวมถึงรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าจากปลั๊กได้ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเพิ่มระยะทางการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

 

จุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้า

          รถยนต์ไฟฟ้ามีต้นกำเนิดตั้งแต่ครึ่งครั้งแรกของศตวรรษที่ 19 โดยมีการค้นพบและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแอ็มเปอร์สแตนฟอร์ดในอเมริกา เริ่มต้นด้วยการทดลองใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ในปี ค.ศ. 1828 โดยโดยอีซาคาร์ต์ เวียเบอร์ เวงเฮน และโรเบิร์ต แอนเดอร์สัน ที่ออกแบบรถยนต์ที่ใช้หัวล่อแสงเทียนขับเคลื่อน ซึ่งสามารถถ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า

          ในระหว่างปีค.ศ. 1830 ถึง 1840 มีการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในส่วนของนามิเซาน เรย์โนส และโรเบิร์ต เอเมซอน ทั้งคู่มีความสำเร็จในการสร้างโปรโตไทป์ของรถยนต์ไฟฟ้า

          แต่การพัฒนาและความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้ามีการก้าวหน้าและเติบโตอย่างมากในศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะในยุค 2000 เมื่อมีการพัฒนาและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในมาตรฐานขนาดใหญ่โดยบริษัทใหญ่ ๆ ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า และฟอร์ด รวมถึงบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าระดับยอดเช่น เทสล่า และไทส์ล่า

          บริษัทที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าแรกในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเป็นที่รู้จักและมีการผลิตเป็นสากลได้แก่ "โอเอ็มเอ็กซ์" (OEMs) คือ "โฮลเลต" (General Electric) ซึ่งนำโครงการการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าไปข้างหน้าในปี ค.ศ. 1889 โดยมีชื่อรถยนต์ไฟฟ้าเป็น "โฮลเลตอร์" (Flocken Elektrowagen) โดยจะคิดว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่สากลเริ่มแรกที่ผลิตในประวัติศาสตร์ รถยนต์ไฟฟ้าโฮลเลตอร์ใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนและสามารถเดินทางได้ในระยะทางสั้น ๆ โดยมีความเร็วประมาณ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่ไม่ได้ผลิตเป็นมากเท่าที่รถยนต์ไฟฟ้ามีในปัจจุบัน

          รถยนต์ไฟฟ้าของโฮลเลตออกแบบมาในรูปแบบของรถยนต์เดินทางในเมือง (City car) และใช้ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้าในการเก็บพลังงาน แต่อยู่ในระดับขั้นต้นของการพัฒนาที่ไม่มีราคาค้าง และไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก การผลิตและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตขึ้นอย่างมากในศตวรรษที่ 21 โดยมีบริษัทมากมายที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและเปิดตัวรุ่นแรกของพวกเขา เช่น โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า ฟอร์ด และบริษัทไฮเอนด้า เป็นต้น ที่สนับสนุนการพัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมากในปัจจุบัน

          "โฮลเลต" (Flocken Elektrowagen) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแรกที่ถือกรรมสิทธิ์และผลิตเป็นรถยนต์พาหนะเชิงพาณิชย์ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในระยะทางการเดินทางและความเร็ว แต่มันเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตและสร้างความกระตือรือร้นในการวิจัยและพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ในปีต่อมา

 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้า 2024 ซื้อรุ่นไหนดี

 

เปรียบเทียบยี่ห้อและรุ่นรถไฟฟ้าในไทย

1. BYD

          BYD (Build Your Dreams) เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากจีนที่มีประวัติที่น่าสนใจในการพัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอื่นๆ โดย BYD ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1995 โดยคุณ Wang Chuanfu ในประเทศจีน และตั้งตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ต้นที่เริ่มต้นกิจการ BYD ได้รับการสนับสนุนและการทุนนำเข้าจากบริษัทนานาชาติอย่างBerkshire Hathaway ซึ่งเป็นบริษัทที่ใช้ทุนนำเข้าในการขับเคลื่อนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD

          โดยรถรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทยคือ BYD ATTO 3 โดยมีสองรุ่นที่ลงสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยคือ

- BYD Atto 3 Extended Range วิ่งไกล 480 กิโลเมตร ราคา 1,199,900 บาท

- BYD Atto 3 Standard Range วิ่งไกล 410 กิโลเมตร ราคา 1,099,900 บาท

2. NETA

          รถยนต์ NETA เป็นยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทจีน โดยเฉพาะและยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางต่างชื่อยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เนต้า (NETA) ได้รับการกำหนดโดยบริษัท NextEV ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีและรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่มีความสนใจในการพัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างความสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่ง NextEV ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 โดยคุณ วิลเลี่ยม ลี (William Li) ซึ่งเป็นนักธุรกิจจีนที่มีความสนใจในพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้า

          โดยรถรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทยคือ NETA V โดยเน้นที่ราคาและกลายเป็นขวัญใจของคนต่างจังหวัด Neta V ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า กำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ CTL CATL Ternary Lithium ความจุ 38.5 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 320 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่มีงบไม่มากและอยากลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า Neta V ราคา 549,000 บาท

3. Tesla

          Tesla เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานแบตเตอรี่ กำลังจะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในโลกทั้งในด้านการนวัตกรรมและรถยนต์ไฟฟ้า ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2003 โดยมีอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ในปี ค.ศ. 2008 Tesla นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าแรกของบริษัทชื่อ Tesla Roadster ซึ่งมีความเร็วและสมรรถนะที่สูง เป็นที่รู้จักในวงการรถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการนวัตกรรมในการใช้พลังงานไฟฟ้า ต่อมาในปี ค.ศ. 2012 Tesla นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า Model S ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเล็กที่มีราคาที่เข้าถึงและมีความสามารถในการขับเคลื่อนในระยะทางยาวๆ รถรุ่นนี้จึงได้รับความรู้จักและความชื่นชมจากผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลก

          โดยรถรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทยคือ Tesla Model Y ราคาที่จับต้องได้และความเป็นแบรนด์ Tesla โดยจะมีรุ่นย่อยแบ่งออกไปอีกดังนี้

- Tesla Model Y Rear-Wheel Drive 1,959,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ขับเคลื่อนให้กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ความจุ 57.5 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 455 กิโลเมตร

- Tesla Model Y Long Range 2,259,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่เพลาหน้าและเพลาหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์ขับเคลื่อนสองตัวให้กำลังสูงสุด 514 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 493 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ความจุ 75.0 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 530 กิโลเมตร

- Tesla Model Y Performance 2,509,000 บาท รุ่นสูงสุด ของ Model Y ที่จำหน่ายในประเทศ (นำเข้าจากจีน) ขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์ขับเคลื่อนสองตัวให้กำลังสูงสุด 534 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ความจุ 75.0 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 514 กิโลเมตร

4. ORA

          Ora เป็นยี่ห้อรถยนต์ของบริษัท Great Wall Motors (GWM) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีนที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยี่ห้อ Ora เปิดตัวในปี ค.ศ. 2018 และมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก Ora เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในปี ค.ศ. 2018 ที่มีชื่อว่า "Ora IQ" ซึ่งเป็นรถยนต์เมืองขนาดเล็กที่มาพร้อมกับการออกแบบทันสมัยและเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นในการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยรถ Ora เป็นที่รู้จักในไทยได้จากเจ้า Ora Good Cat ที่มาพร้อมน่าตาสุดน่ารักโดยจากชาวไทย

          และรุ่นที่ขายดีสุดในไทยก็คือ ORA Good Cat นั่นเอง โดยมีตัวเลือกรุ่นและระยะทางดังต่อไปนี้

- ORA Good Cat รุ่น 400 PRO แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต ความจุ 47.788 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 400 กิโลเมตร ราคา 828,500 บาท

- ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA แบตเตอรี่ลิเธียม Ternary ความจุ 63.139 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 500 กิโลเมตร ราคา 959,000 บาท

- ORA Good Cat รุ่น GT มอเตอร์ไฟฟ้า 171 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium Ternary ความจุ 63.139 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 500 กิโลเมตร ราคา 1,286,000 บาท

5. MG

          MG (Morris Garages) เป็นยี่ห้อรถยนต์ที่มีรากฐานในสหราชอาณาจักรและมีประวัติที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมรถยนต์ MG เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1924 เมื่อ Cecil Kimber ก่อตั้ง Morris Garages (MG) ในประเทศอังกฤษ ในช่วงยุคต่อมา MG ได้เปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทรถยนต์ต่างๆ แต่ในที่สุด MG ก็กลับมาอยู่ในมือของบริษัทจีนที่ชื่อว่า SAIC Motor Corporation ตั้งแต่การครอบครองของบริษัทจีน MG ได้เข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ เช่น MG ZS EV ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่มีราคาที่เข้าถึงและได้รับความนิยมในตลาดทั่วโลก

          รุ่นที่ขายดีที่สุดในไทยคือ MG4 Electric โดย MG4 EV จำหน่ายในรุ่น X และ D มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสร้างกำลังได้ 125 กิโลวัตต์ หรือ 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร  แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 50.8 kWh ชาร์จไฟจนเต็มทำระยะทาง 425 กิโลเมตร

- MG 4 Electric รุ่น D ราคา 869,000 บาท

- MG 4 Electric รุ่น X ราคา 969,000 บาท

 

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

          1. ลดการปล่อยก๊าซเสียในอากาศ รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยก๊าซเสียขณะใช้งานซึ่งช่วยลดมลพิษและมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในสถานที่ที่มีการใช้งานมากขึ้น เช่น เมืองใหญ่

          2. ประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วน การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเติมเชื้อเพลิงในรถยนต์ที่ใช้เชื้อเหล็ก น้ำมัน หรือแก๊ส

          3. ประหยัดพลังงาน รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขับขี่ในระยะยาว

          4. ความเงียบสงบ รถยนต์ไฟฟ้ามีเสียงเครื่องยนต์ที่น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ทำให้การขับขี่เป็นที่สนุกและสบายมากขึ้น และลดส่งเสียงรบกวนสู่สภาพแวดล้อมและผู้โดยสาร

          5. ประหยัดการบำรุงรักษา รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ซึ่งอาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า

          6. ความเร็วและสมรรถนะ บางรุ่นของรถยนต์ไฟฟ้ามีความเร็วและสมรรถนะที่เทียบเท่าหรือแม้แต่ดีกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง พวกเขามีการส่งกำลังมากและมีระยะทางในการขับขี่ที่น่าสนใจ

 

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

          1. ระยะที่ขับขี่จำกัด รถยนต์ไฟฟ้ามีระยะที่ขับขี่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือการขับขี่ที่ต้องใช้เวลานาน

          2. เวลาในการชาร์จ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใช้เวลานานกว่าการเติมเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในกรณีที่คุณต้องการขับรถเร่งด่วนหรือไม่มีเวลารอชาร์จให้เต็ม

          3. สถานีชาร์จไฟฟ้า ความสะดวกในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับพื้นที่ของคุณ หากคุณอาศัยในที่ที่มีสถานีชาร์จไฟฟ้ามากและสะดวกจะไม่เป็นปัญหามาก แต่ในบางพื้นที่รอบนอกเมืองอาจมีความไม่สะดวกในการชาร์จ

          4. ราคาและความแพง รถยนต์ไฟฟ้ามักมีราคาแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงในตอนซื้อแม้จะมีประหยัดในค่าใช้จ่ายในระยะยาว

          5. อุปกรณ์ชาร์จ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และต้องดูแลรักษาเพื่อให้รถยนต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง

 

          หากท่านกำลังมองหาเช่ารถไฟฟ้าเพื่อลองใช้งานทางบริษัทของเราก็มีรถไฟฟ้าให้ท่านได้ลองเช่าขับเองเพื่อลองความแตกต่างระหว่างรถไฟฟ้ากับรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ช่องทางการติดต่อมีดังนี้

 

ช่องทางติดต่อเช่ารถไฟฟ้า

1. เว็บไซต์ : https://www.exclusive.co.th/car/detail/byd

2. ไลน์ : @exclusivecar

3. เบอร์ : 02-1260718

 

อ่านบทความเกี่ยวกับการรถยนต์ไฟฟ้า

- เปรียบเทียบผู้ให้บริการเช่ารถไฟฟ้า 5 บริษัท ในกรุงเทพฯ

- เช่ารถไฟฟ้ารายวัน ขับเอง ในกรุงเทพ รถเช่า ev ราคาเท่าไหร่ ?

- เช่ารถไฟฟ้ารายเดือน ขับเอง ในกรุงเทพ รถเช่า ev ราคาเท่าไหร่ ?

 

ติดตามเนื้อหาล่าสุดของเราได้ทาง

Facebook : https://www.facebook.com/exclusive.co.th

Youtube : https://youtube.com/@ExclusiveCarRental

Tiktok : https://www.tiktok.com/@exclusive.co.th

 

Created : 11-09-2023

บทความที่น่าสนใจ

เปรียบเทียบระหว่างรถ Benz และ BMW ใครดีใครได้กว่ากัน

รถเบนซ์มาใหม่ 2020 รุ่นและราคาน่า ต้องหาซื้อให้ได้แล้ว