รถยนต์ไฟฟ้า 2025–26 ที่คนนิยมและราคาไม่เกินล้าน!
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2025–26 กำลังเป็นเทรนด์มาแรงสุด ๆ เพราะมีผู้ผลิตรถยนต์จากจีนและหลายค่ายชั้นนำเข้ามาแข่งขันเปิดตลาดในไทยอย่างจริงจัง ทำให้ตอนนี้มี รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกินหนึ่งล้านบาท ให้เลือกกันมากขึ้น ทั้งดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ และขับขี่ได้ไกลขึ้นกว่าเดิม
นอกจากราคาที่เข้าถึงง่ายแล้ว ค่าใช้จ่ายในการใช้งานก็ยังถูกกว่าเดิมมาก โดยค่าไฟสำหรับชาร์จ ประหยัดกว่าน้ำมันถึงประมาณ 3 เท่า อีกทั้ง ค่าบำรุงรักษาก็น้อยกว่า เพราะรถ EV ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือของเหลวเหมือนรถยนต์น้ำมันทั่วไป ที่สำคัญคือ
ไม่ปล่อยไอเสีย ช่วยลดมลพิษ ดูแลโลกไปพร้อมกับประหยัดค่าใช้จ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ ที่หลายคนเชื่อว่าในอนาคต รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถน้ำมันอย่างแน่นอน
ในปีนี้รัฐบาลยังมีมาตรการสนับสนุนการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง ด้วยเงินอุดหนุนสูงสุดประมาณ 70,000–150,000 บาทต่อคัน ทำให้ราคารถไฟฟ้าจับต้องได้มากขึ้น ส่งผลให้ ยอดนิยมของรถ EV ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยยังคงกดราคาไว้ไม่เกินหนึ่งล้านบาทสำหรับหลายรุ่นยอดฮิต
Note : หากคุณสนใจลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถเลือก เช่ารถไฟฟ้ารายเดือน มาทดลองขับได้เลย — ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนอยากรู้ว่ารถ EV เหมาะกับไลฟ์สไตล์แค่ไหน
5 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า 2025–26 ที่มียอดจองมากสุด มีดังนี้
เมื่อพูดถึง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายคนคงสงสัยว่า “แล้วตอนนี้ รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ที่กำลังได้รับความนิยมจริง ๆ ในไทย?” เรารวบรวมข้อมูลจากกระแสความนิยมและยอดจองในตลาดปี 2025–26 พบว่ามีรถไฟฟ้าหลายรุ่นที่โดดเด่นทั้งเรื่องราคา สมรรถนะ ความคุ้มค่า และฟีเจอร์สุดไฮเทค เหมาะกับทั้งคนทำงานในเมือง ครอบครัว หรือแม้แต่คนที่อยากลองใช้ รถเช่าไฟฟ้า หรือ เช่ารถ EV เพื่อสัมผัสประสบการณ์ก่อนตัดสินใจซื้อ
รถทั้ง 5 รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าในงบประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาท บางรุ่นขับได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง บางรุ่นเน้นดีไซน์และเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือบางรุ่นก็เหมาะกับมือใหม่สาย EV ที่อยากเริ่มต้นแบบสบายกระเป๋า
ตารางรุ่นรถไฟฟ้ายอดนิยมราคาไม่เกินล้าน
|
รุ่นรถ ev |
กำลังมอเตอร์ |
ความจุแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง(NEDC) |
เวลาในการชาร์จ | ราคา (บาท) |
|
BYD Dolphin Extended Range |
201 Hp / 310 Nm |
60.48 kWh 490 km (NEDC) |
AC Type2 7 kW (0-100%) 8 ชม. DC CCS2 80 kW (30-80%) 40 นาที |
599,900 |
|
MG 4 V Long Range |
170 Hp / 250 Nm |
64 kWh 540 km (NEDC) |
AC Type 2 11 kW (0-100%) 6.30 ชม. DC CCS2 140 kW (30-80%) 26 นาที |
899,900 |
|
BYD ATTO 3 Dynamic |
150 Hp / 310 Nm |
60.48 kWh 480 km (NEDC) |
AC Type2 7kW (0-100%) 8 ชม. DC CCS2 60 kW (30-80%) 40 นาที |
899,900 |
|
GWM Ora Good Cat GT |
171 Hp / 250 Nm |
63.1 kWh 500 km (NEDC) |
AC Type2 6.6 kW (0-100%) 6 ชม. DC CCS2 60 kW (30-80%) 40 นาที |
829,000 |
|
GAC AION V |
204 Hp / 240 Nm |
75.3 kWh 602 km (NEDC) |
AC Type 2 7 kW (0-100%) 6 ชม. DC CCS2 180 kW (30-80%) 20 นาที |
999,900 |
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.headlightmag.com
ตารางสรุปยอดจดทะเบียนรถ EV ภายในปี 2025 3 เดือน ย้อนหลัง
เพื่อให้เห็นภาพความนิยมของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูล ยอดจดทะเบียนรถ EV ภายในปี 2025 แบบย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ซึ่งจะช่วยตอบคำถามยอดฮิตว่า
- รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ?
- รุ่นไหนกำลังมาแรงที่สุดในตลาดตอนนี้ ?
จากตัวเลขยอดจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสนใจกับ รถยนต์ไฟฟ้า มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่ของความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายต่อการใช้งานที่ต่ำลง รวมถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาจนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้จำนวนมากที่เลือก เช่ารถไฟฟ้า หรือ เช่ารถ EV เพื่อทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อจริง ทำให้ตลาด EV มีการเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา
และนี่คือ ตารางสรุปยอดจดทะเบียนรถ EV ย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด ในปี 2025 ที่ช่วยให้คุณเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้นว่ารุ่นไหนกำลังครองใจผู้ใช้งานมากที่สุดในตอนนี้
|
รุ่น |
ก.ค. 2568 | ส.ค. 2568 | ก.ย. 2568 |
|
BYD Dolphin |
968 คัน | 1,036 คัน | 859 คัน |
|
MG 4 |
1,337 คัน | 1,247 คัน | 915 คัน |
|
BYD ATTO 3 |
1,073 คัน | 558 คัน | 729 คัน |
|
GWM Ora Good Cat |
583 คัน | 439 คัน | 398 คัน |
|
Gac Aion V |
170 คัน | 125 คัน | 1287 คัน |
ขอบคุณข้อมูลจาก : autolifethailand.tv
รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกินล้าน — มาเจาะรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละรุ่นกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกินล้าน แต่ยังไม่แน่ใจว่า รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี รุ่นไหนใช้งานจริงคุ้มค่า และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ มาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ 5 รุ่นยอดนิยมที่มียอดจองสูงสุดในปีนี้กันครับ
รถแต่ละรุ่นที่เราคัดมา ไม่ได้มีดีแค่ราคาที่เข้าถึงได้ แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติเด่น ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นระยะทางต่อการชาร์จ ความสะดวกสบาย ระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่า รถยนต์ไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่ากว่าที่คิด
ไม่ว่าคุณจะกำลังตัดสินใจซื้อจริง หรืออยากลองขับก่อนตัดสินใจด้วยการ เช่ารถไฟฟ้า (เช่ารถ EV / รถเช่าไฟฟ้า) รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ลองอ่านรายละเอียดของแต่ละรุ่นด้านล่างนี้ แล้วเลือกตัวที่ใช่สำหรับคุณได้เลย

ขอบคุณภาพจาก : www.motorist.co.th
BYD Dolphin
เป็นหนึ่งใน รถ EV ยอดนิยม ขวัญใจคนไทย ด้วยดีไซน์ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และขับง่าย เหมาะทั้งในเมืองและเดินทางไกล

ขอบคุณภาพจาก : www.autospinn.com
MG 4
โดดเด่นเรื่องสมรรถนะ ขับสนุก และฟังก์ชันครบ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ “ความคุ้มค่า + ความทันสมัย” ในงบไม่เกินล้าน

ขอบคุณภาพจาก : www.autocarindia.com
BYD ATTO 3
รุ่นที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ ห้องโดยสารกว้างขวาง เหมาะทั้งชีวิตประจำวันและทริปยาว ๆ

ขอบคุณภาพจาก : www.brandage.com
GWM Ora Good Cat
ดีไซน์น่ารักสไตล์ Retro และสมถรรนะที่ดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่คนมองหา รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ต้องไม่พลาด

ขอบคุณภาพจาก : autolifethailand.tv
GAC Aion V
รุ่นที่เข้ามาแรงด้วยระยะทางที่ทำได้ดีและราคาเข้าถึงง่าย เหมาะทั้งครอบครัวและคนที่ต้องการรถ EV พร้อมใช้งานทุกวัน
มาตรฐาน NEDC / WLTP ของรถยนต์ไฟฟ้า คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร ?
หลายคนที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจเคยเห็นคำว่า NEDC หรือ WLTP อยู่ในสเปกรถ แล้วสงสัยว่าแต่ละอย่างหมายถึงอะไร และทำไมตัวเลขระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จถึงแตกต่างกัน นี่คือข้อมูลแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือก รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ได้ชัดเจนขึ้นครับ
มาตรฐาน NEDC คืออะไร ?
NEDC (New European Driving Cycle)
เป็นมาตรฐานการทดสอบเดิมของยุโรปที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงปี 1970 เพื่อประเมิน
-
การปล่อยไอเสีย
-
ความประหยัดพลังงาน
-
และระยะทางวิ่งของรถยนต์
ต่อมาถูกนำไปใช้ในจีนและอีกหลายประเทศ แต่ปัจจุบันเริ่มไม่นิยมแล้ว เพราะผลทดสอบ มักสูงกว่าการใช้งานจริง เนื่องจากเงื่อนไขการทดสอบค่อนข้างคงที่และไม่ได้จำลองการใช้งานจริงมากนัก
เงื่อนไขการทดสอบ NEDC เช่น
-
ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 34 กม./ชม.
-
ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม.
-
ระยะทดสอบรวม 11 กม.
-
ใช้เวลาทดสอบ 20 นาที
-
อุณหภูมิทดสอบ 20–30°C
จึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวเลขระยะทางจาก NEDC จะดูสูง แต่เมื่อนำมาใช้งานจริง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่รถติด เช่น อโศก หรือสุขุมวิท ระยะทางจริงมักทำได้ต่ำกว่าที่ระบุครับ
มาตรฐาน WLTP คืออะไร ?
WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure)
เป็นมาตรฐานใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อให้ผลทดสอบใกล้เคียงการใช้งานจริงมากขึ้น ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปและหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย เริ่มปรับมาใช้มาตรฐานนี้แล้ว
ข้อดีคือ
✔ จำลองการขับขี่หลายรูปแบบ
✔ ความเร็วและจังหวะเร่งสมจริงกว่า
✔ ให้ผลที่แม่นยำกว่า NEDC ราว 20–30%
เงื่อนไขการทดสอบ WLTP ได้แก่
-
ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 45 กม./ชม.
-
ความเร็วสูงสุด 131 กม./ชม.
-
ระยะทางรวม 23.25 กม.
-
ใช้เวลาทดสอบ 30 นาที
-
อุณหภูมิทดสอบ 23°C
ดังนั้น หากต้องเปรียบเทียบ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นต่าง ๆ ควรดู “ค่ามาตรฐาน WLTP” เป็นหลัก เพราะใกล้เคียงการใช้งานจริงมากกว่า
สรุปสั้น ๆ
-
NEDC = ตัวเลขสูง แต่จริงอาจวิ่งได้น้อยกว่า
-
WLTP = ใกล้เคียงการใช้งานจริงมากกว่า
เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่า
ผมจะยกตัวอย่างให้ดูกันครับ เช่น
รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อB ชาร์จ 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 500กิโลเมตร(NEDC)
รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อT ชาร์จ 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 500กิโลเมตร(WLTP)
เลือกยี่ห้อไหนครับ BหรือT ?

ขอบคุณข้อมูลจาก NEDC WLTP
9 ข้อเสียและข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง ?
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเลือกใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ว่าจะเป็นเพื่อใช้งานประจำวัน หรือทดลองใช้งานผ่านบริการ เช่ารถไฟฟ้า / เช่ารถ EV หลายคนก็มักอยากรู้ก่อนว่า “จริง ๆ แล้ว รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดี–ข้อเสียอะไรบ้าง?” และมันตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงมากน้อยแค่ไหน
ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยประหยัดค่าน้ำมัน ลดค่าบำรุงรักษา และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ยังมีข้อจำกัดที่ผู้ใช้งานควรรู้ เช่น เรื่องสถานีชาร์จ ระยะเวลาในการชาร์จ หรือราคารถในบางรุ่นที่ยังค่อนข้างสูง
|
ข้อเสีย |
ข้อดี |
|
1.สถานีชาร์จและจำนวนตู้ชาร์จมีน้อย |
1.ได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า |
|
2.ระยะเวลาในการชาร์จที่นาน |
2.ค่าเช็คระยะที่ถูกลง |
|
3.ราคาต่อหน่อยไฟฟ้าที่แพงขึ้น |
3.ประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าใช่จ่ายในการเดินทางถูกว่ารถ น้ำมัน |
|
4.ราคาขายต่อมือสองรถยนต์ไฟฟ้า |
4.ประสิทธิภาพสูงกว่ารถน้ำมัน อัตราเร่งดี ตามสั่ง |
|
5.การลดราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ทำให้ซื้อที่หลังคุ้มกว่าประหยัดกว่า |
5.ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ เช่น 50,000-150,000/คัน ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า |
|
6.ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า การซ่อมเครมเปลี่ยนอะไหล่ อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ประกันมองว่าซ่อมไม่คุ้ม คืนทุนประกันเลย |
6.สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ ติดมิเตอร์ TOU ลดค่าไฟฟ้าได้ |
|
7.ขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังนิดหน่อยก็เกิดปัญหา |
7.ตามทันเทคโนโลยี ไม่ตกเทรน |
|
8.อายุการใช้การสั้นกว่ารถน้ำมัน |
8. เสียงเงียบ ไม่ปล่อยมลพิษไอเสีย |
|
9.ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่นพลังผลิตไฟฟ้า แร่ที่ใช้ผลิต Battery ขยะElectronicและอื่นๆ |
9. ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าน้อยลง |
ดังนั้น เราจึงสรุป 9 ข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า แบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นว่า รถ EV เหมาะกับคุณหรือไม่ และตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยว่า
ช่องทางการติดต่อจองเช่ารถไฟฟ้ากับเรา
หากคุณกำลังมองหาบริการ เช่ารถไฟฟ้า (EV) สำหรับทริปท่องเที่ยว ทำงาน เดินทางต่างจังหวัด หรืออยากทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ รถเช่าไฟฟ้ากับเราคืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความประหยัด และรถที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
เรามีให้เลือกหลายรุ่นยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายคุ้มค่า หรือรุ่นที่ขับสนุก ฟีเจอร์จัดเต็ม เหมาะทั้งลูกค้าบุคคล ครอบครัว รวมไปถึงองค์กรและบริษัทที่ต้องการใช้งานระยะยาว ทีมงานของเราพร้อมแนะนำรุ่นที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะกำลังคิดอยู่ว่า
รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี
หรืออยากเริ่มต้นจากการ เช่ารถไฟฟ้ารายวัน / เช่ารถไฟฟ้ารายเดือน ก่อน ก็ยิ่งสะดวก
ติดต่อเราได้ง่าย ๆ ผ่านหลายช่องทางด้านล่างนี้เลยครับ
• ไลน์ : @exclusivecar
• เบอร์ : 02-1260718
• เว็บไซต์ : เช่ารถไฟฟ้า
• อีเมล : info@exclusive.co.th








